Nutro imagery
X

การดูแลช่องปากและฟันสุนัขและลูกสุนัข.

เป็นธรรมชาติของสุนัขที่จะใช้ปากกัดแทะเพื่อสำรวจสิ่งต่างๆ รอบตัว มันจึงเป็นเรื่องสำคัญมากที่เราจะต้องดูแลฟันของพวกเค้าให้ดี และควรดูแลทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการเกิดคราบพลัคและการก่อตัวของคราบหินปูนด้วย

ความสำคัญของการดูแลช่องปากและฟันสุนัข

90% ของคนเลี้ยงสุนัขคิดว่า สัตว์เลี้ยงสี่ขาของพวกเค้ามีปากและฟันที่สะอาด ทำให้มองข้ามสัญญาณเตือนของโรคเหงือกอักเสบ

ปัญหาสุขภาพช่องปากของสุนัขอาจร้ายแรงกว่าที่เราคิด: สำหรับโรคปริทันต์อักเสบ หรือโรคเหงือกอักเสบนั้น หากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม อาจส่งผลเสียและเป็นต้นเหตุของโรคร้ายแรงอื่น ๆ ได้ โดยโรคเหงือกอักเสบนี้ เกิดจากการสะสมของคราบพลัคและหินปูนบนฟันสุนัข คุณรู้หรือไม่ว่าแบคทีเรียในปากสุนัขสามารถเข้าสู่กระแสเลือด และแพร่กระจายไปสู่หัวใจ ปอด ไต และอวัยวะอื่น ๆ ได้

การทำความสะอาดเป็นประจำ และการให้ขนมขัดฟัน จะช่วยให้ช่องปากและฟันของสุนัขมีสุขภาพที่ดี รวมถึงช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคเหงือกอักเสบอีกด้วย สำหรับลูกสุนัขตัวน้อยที่ชอบสำรวจสิ่งต่าง ๆ รอบตัวด้วยการดมกลิ่นและกัดแทะทุกอย่างที่ขวางหน้า การดูแลช่องปากและฟันลูกสุนัขจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก

เราควรดูแลช่องปากและฟันของสุนัขด้วยวิธีใดบ้าง ?

ตามมาดูเทคนิคน่ารู้ในการดูแลช่องปากของเจ้าตัวน้อยกัน

  • แปรงฟันเป็นประจำ – การแปรงฟันเป็นวิธีการดูแลที่ดีและมีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยควรแปรงฟันให้สุนัขอย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ รวมถึงควรใช้แปรงสีฟันและยาสีฟันสำหรับสุนัขโดยเฉพาะด้วย
  • เลือกอาหารที่ใช่ – อาหารส่งผลโดยตรงกับช่องปากของสุนัข การให้อาหารปรุงเองอาจส่งผลไม่ค่อยดีกับสุขภาพฟันของพวกเค้า เพราะเนื้อสัมผัสที่อ่อนนุ่มจะช่วยขัดฟันได้ไม่ดีเท่าอาหารที่มีเนื้อสัมผัสแข็งและกรอบ อย่างอาหารสุนัขแบบเม็ดของเพดดิกรี® ที่มีส่วนช่วยในการขัดฟัน และลดปัญหากลิ่นปากในสุนัขได้เป็นอย่างดี
  • ให้ขนมขัดฟัน – เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยลดการสะสมคราบพลัคและหินปูน แนะนำเลย! ตัวช่วยที่ดีและรสชาติถูกใจอย่าง เพดดิกรี® เดนต้าสติก® ด้วยรูปทรงตัว X และเนื้อสัมผัสที่เหมาะกับการขัดฟัน จึงช่วยทำความสะอาดฟันได้เป็นอย่างดี แม้ในส่วนที่ยากจะเข้าถึง และยังช่วยให้ยังเหงือกสุขภาพดี ผ่านการพิสูจน์แล้วว่าช่วยลดการก่อตัวของคราบพลัคและหินปูนได้ถึง 80% เพียงแค่ให้เพดดิกรี® เดนต้าสติก® วันละ 1 แท่ง เจ้าตัวน้อยก็จะมีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดีได้ โดยมีให้เลือกหลากหลายขนาดตามสายพันธุ์และช่วงวัย ตั้งแต่ลูกสุนัขไปจนถึงโตเต็มวัย
  • ตรวจเช็กสุขภาพช่องปากและฟันเป็นประจำ – ควรพาสุนัขไปพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพช่องปากและฟันอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง วิธีนี้จะช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อโรคต่าง ๆ และช่วยให้มีสุขภาพช่องปากที่ดีมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

อะไรคือสัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพช่องปากและฟันของสุนัข ?

การสังเกตสัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพช่องปากและฟันของสุนัขในระยะเริ่มต้นอาจเป็นไปได้ยาก แต่คุณสามารถเริ่มเช็กได้โดยการสำรวจสิ่งผิดปกติภายในปากสุนัขได้ หากมีคราบหินปูนจะสังเกตเห็นสีน้ำตาลใกล้ ๆ กับบริเวณเหงือก สีของเหงือกก็บ่งบอกถึงปัญหาได้เช่นกัน หากเหงือกมีสีแดงและบวม นั่นแปลว่าสุนัขของคุณกำลังมีปัญหาสุขภาพช่องปาก สัญญาณเตือนที่สังเกตได้อย่างชัดเจนอีกสองประการคือ กลิ่นปาก และเลือดออกตามไรฟันเมื่อใช้นิ้วมือค่อย ๆ ลูบไปที่เหงือกของพวกเค้า

วิธีดูแลสุขภาพช่องปากและฟันที่ดีที่สุด

ด้วยการดูแลทำความสะอาดทุกวันและการเลือกอาหารที่เหมาะสม จะช่วยให้เจ้าตัวน้อยของคุณมีสุขภาพช่องปากที่ดีได้ นอกจากนี้ยังควรไปพบสัตวแพทย์เป็นประจำ เพื่อตรวจเช็กสภาพเหงือกและฟัน และหากคุณสังเกตเห็นสัญญาณเตือนของโรคเหงือกอักเสบก็ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์ในทันที

การดูแลสุขภาพช่องปากและฟันของสุนัขเป็นสิ่งที่เจ้าของจำเป็นต้องให้ความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการฉีดวัคซีน การไปพบสัตวแพทย์เป็นประจำ การเลือกให้อาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ และการออกกำลังกาย ติดตามบทความเกี่ยวกับการดูแลฟันสุนัขและวิธีแปรงฟันลูกสุนัขเพิ่มเติมได้ที่ด้านล่างนี้

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการดูแลช่องปากและฟันสุนัข

  1. ปัญหากลิ่นปากเป็นสัญญาณเตือนที่อันตรายกว่าที่เราคิดนะ เพราะมันเป็นต้นเหตุของปัญหาฟันหลุด และการติดเชื้อในอวัยวะสำคัญต่าง ๆ เช่น หัวใจและไต นอกจากนี้สุนัขอายุ 3 ปีขึ้นไป กว่า 80% มักมีสัญญาณเตือนของโรคปริทันต์อักเสบ หรือโรคเหงือกอักเสบ โดยที่เจ้าของส่วนใหญ่มักจะไม่ทันสังเกต ดังนั้นในฐานะเจ้าของ เราจำเป็นต้องตระหนักว่าสุขภาพฟันของสุนัขมีความสำคัญ และจำเป็นต้องได้รับการดูแลรักษาก่อนที่อาการจะลุกลามและควบคุมได้ยาก

  2. คุณสามารถแปรงฟันให้เจ้าตัวน้อยได้ทุกวัน หรืออย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ รวมถึงสามารถให้เพดดิกรี® เดนต้าสติก® เพียงแค่วันละ 1 แท่ง ก็ช่วยลดการก่อตัวของคราบหินปูน และช่วยให้มีสุขภาพเหงือกที่แข็งแรงอีกด้วย

  3. แนะนำให้ใช้แปรงสีฟันและยาสีฟันที่ออกแบบสำหรับสุนัขโดยเฉพาะ และให้ขนมขัดฟันอย่าง เพดดิกรี® เดนต้าสติก® เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการดูแลช่องปากและฟันของสุนัขที่คุณรัก

  4. ในการดูแลรักษาสุขภาพช่องปากและฟันของสุนัขนั้น คุณสามารถทำตามคำแนะนำเหล่านี้ได้เลย แปรงฟันเป็นประจำ เลือกให้อาหารที่ใช่ ให้ขนมขัดฟันเพดดิกรี® เดนต้าสติก® และพาไปตรวจเช็กสุขภาพช่องปากและฟันเป็นประจำ รวมถึงหากสังเกตถึงความผิดปกติควรรีบปรึกษาสัตวแพทย์ในทันที

Pedigree® Feeling Happy