การปฐมพยาบาลสุนัขเบื้องต้น

เมื่อพูดถึงการปฐมพยาบาล แค่เพียงเสี้ยวนาทีก็สามารถพลิกสถานการณ์ได้แล้ว มาดูวิธีการปฐมพยาบาลสุนัขกัน
เริ่มจากประเมินอาการของสุนัขก่อน โดยดูการหายใจ อัตราการเต้นของหัวใจ และอุณหภูมิของร่างกาย
 
มีเลือดออก
สาเหตุ 
อุบัติเหตุทางรถยนต์, การต่อสู้, การตกจากที่สูง หรือมีบาดแผลร้ายแรง
สิ่งที่ควรทำ
กรณีที่สุนัขมีบาดแผลฉีกขาดไปถึงเส้นเลือดใหญ่ ต้องรีบพาส่งโรงพยาบาลในทันที โดยสังเกตได้จากสีเลือดเป็นสีแดงสด เลือดจะพุ่งออกมาไม่หยุด
ส่วนกรณีที่เป็นบาดแผลภายนอก ให้ใช้ผ้าขนหนูสะอาดหรือผ้าก๊อซปิดแผลกดไปที่บริเวณแผลอย่างน้อย 5 – 7 นาที จากนั้นรีบพาไปพบสัตวแพทย์ในทันที
 
อาเจียน
สาเหตุ
ได้รับสารพิษ, มีอาการบาดเจ็บบริเวณช่องท้อง, เจ็บป่วยจากการเคลื่อนไหว, กินอาหารมากเกินไป, ความกลัว, บาดเจ็บทางสมอง หรือมีปรสิตในร่างกาย 
สิ่งที่ควรทำ
พยายามสังเกตสิ่งที่สุนัขอาเจียนออกมาและเก็บตัวอย่างไปให้สัตวแพทย์ กรณีที่ได้รับสารพิษ ควรเก็บตัวอย่างของที่สงสัยว่าเป็นพิษนำไปให้สัตวแพทย์ด้วย ในระหว่างนี้ไม่ควรให้น้ำหรืออาหารเด็ดขาด
 
ฮีทสโตรก
สาเหตุ
อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ร้อนเกินไป, ออกแรงมากเกินไป หรือขาดน้ำ
สิ่งที่ควรทำ
พาสุนัขไปพักในที่ร่ม จากนั้นใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดไปตามตัวพวกเค้า และวัดอุณหภูมิทุกๆ 5 นาที จนกว่าอุณหภูมิจะลดเหลือ 103°F 
การเร่งปรับอุณหภูมิอาจเป็นอันตรายกับสุนัขได้ หากอุณหภูมิในร่างกายอยู่ที่ 104°F หรือสูงกว่านั้น ให้รีบพาไปพบสัตวแพทย์ผ

 

เดินขากะเผลก
สาเหตุ
กระดูกหัก, ข้อต่ออักเสบ, บาดเจ็บบริเวณใต้อุ้งเท้า, กระดูกข้อเคลื่อน, ขาเคล็ด, กล้ามเนื้อบาดเจ็บ หรือมีเสี้ยนตำบริเวณอุ้งเท้า
สิ่งที่ควรทำ
หากพบว่าสุนัขกระดูกหัก อย่าพยายามจัดกระดูกเอง ให้รีบพาไปพบสัตวแพทย์
 
โดนผึ้งหรือตัวต่อต่อย
ถ้าเป็นผึ้งต่อย ให้นำน้ำผสมเบกกิ้งโซดาในปริมาณน้อยๆ ทาบริเวณที่โดนต่อย แต่ถ้าเป็นตัวต่อ ให้ใช้น้ำส้มสายชูหรือน้ำมะนาวแทน หลังจากนั้นให้ประคบเย็น
หากสุนัขมีอาการแพ้อย่างรุนแรง หรือหายใจผิดปกติ ให้รีบพาไปพบสัตวแพทย์
 
สำลัก
สาเหตุ
มีสิ่งของติดอยู่ในคอ หรือที่หลอดลม หรือมีอาการแพ้
สิ่งที่ควรทำ
ค่อยๆ ดึงลิ้นของเค้าออกมา แล้วสำรวจดูภายในปากและลำคอ (ให้หยุดทันทีถ้าสุนัขพยายามกัดหรือไม่ให้ความร่วมมือ) ถ้าพบสิ่งของติดอยู่ ใช้มือหรือที่หนีบขนาดเล็ก ค่อยๆ ดึงออกมา ระวังอย่าให้สิ่งของเคลื่อนที่ลงไปลึกกว่าเดิม 
 
หมดสติ
สาเหตุ
จมน้ำ, ถูกไฟดูดหรือไฟช็อต, ได้รับบาดเจ็บ หรือจากการกินยา
สิ่งที่ควรทำ
กรณีที่จมน้ำ ต้องรีบเอาน้ำออกจากปอด โดยยกขาหลังให้สูงกว่าหัว แล้วกอดรัดไปที่ช่วงอกหรือตรงใต้ซี่โครงจนกว่าน้ำจะออกมาหมด กรณีที่โดนไฟดูดหรือไฟช็อต อย่าสัมผัสตัวสุนัขจนกว่าจะปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าได้ 
ถ้าสุนัขของคุณไม่หายใจ หรือหัวใจไม่เต้น ให้ทำ CPR
ทั้งนี้การปฐมพยาบาลไม่ใช่การรักษา หลังปฐมพยาบาล ควรรีบพาสุนัขบาดเจ็บไปพบสัตวแพทย์โดยทันที

 

การทำ CPR
เริ่มจากเอาสิ่งแปลกปลอมออกจากช่องปากสุนัขให้หมด โดยเปิดปากเค้าให้กว้าง ดึงลิ้นออกมา แล้วใช้นิ้วกวาดไปให้ทั่วช่องปาก หลังจากนั้นใช้มือรวบปากและคาง แล้วเป่าลมเข้าทางจมูกประมาณ 5 – 6 ครั้ง ถ้ายังไม่สามารถหายใจได้เองให้ทำต่อไป
 
การช่วยหายใจหรือการผายปอด
สุนัขน้ำหนักตัวมากกว่า 27 กิโลกรัมขึ้นไป ให้เป่าลม 12 ครั้งต่อนาที
สุนัขน้ำหนักตัวประมาณ 2 – 4 กิโลกรัม ให้เป่าลม 30 ครั้งขึ้นไปต่อนาที
ถ้าสุนัขหัวใจหยุดเต้น ให้เริ่มปั๊มหัวใจ โดยกดลงไปที่บริเวณหลังข้อศอก ทำติดต่อกันสลับกับผายปอด
 
การปั๊มหัวใจ
สุนัขน้ำหนักตัวมากกว่า 27 กิโลกรัมขึ้นไป ให้ปั๊ม 60 ครั้งต่อนาที
สุนัขน้ำหนักตัวตั้งแต่ 4 – 27 กิโลกรัม ให้ปั๊ม 80 – 100 ครั้งต่อนาที
สุนัขน้ำหนักตัวตั้งแต่ 2 – 4 กิโลกรัม ให้ปั๊ม 120 – 140 ครั้งต่อนาที
ถ้าสุนัขน้ำหนักน้อยกว่า 2 กิโลกรัม ให้วางมือไปที่บริเวณซี่โครง แล้วใช้วิธีบีบนวดแทน
 
เคล็ดลับการเคลื่อนย้ายสุนัขบาดเจ็บ
หากสุนัขที่บาดเจ็บมีขนาดตัวใหญ่ อย่าอุ้มหรือลากเด็ดขาด ให้ใช้อุปกรณ์ช่วยอย่างเปล ไม้กระดาน ผ้าห่ม หรือพรมเคลื่อนย้ายพวกเค้าแทน หากจำเป็นต้องพันแผลให้ใช้ผ้าก๊อซปิดแผลหรือผ้าขนหนูสะอาด พันเป็นเฝือกอ่อนให้พวกเค้า และพยายามอย่ากอดปลอบใจหรือเอาหน้าเข้าไปใกล้สุนัขที่บาดเจ็บ
 
อุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการปฐมพยาบาล
- ผ้าก๊อซปิดแผล สำลีทั้งแบบแผ่นและแบบก้าน ผ้าพันแผล
- คาลาไมน์โลชั่น หรือปิโตรเลียมเจล
- ปรอทวัดอุณหภูมิ
- กรรไกรสำหรับตัดผ้าพันแผลหรือตัดขนเพื่อให้เห็นบาดแผล
- ที่หนีบ
- ยาทาแผล น้ำยาฆ่าเชื้อ ยาหยอดตา
- ผ้าห่มขนาดใหญ่ ผ้าขนหนู หมอน และถุงเท้า

น้องหมาของคุณอาจชอบสิ่งเหล่านี้

ซีซาร์®

ขนมเพดดิกรี®

ไอแอมส์

Pedigree® Feeling Happy
Cookie Settings